แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ filter แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ filter แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แผ่นกรองแสงเพื่อเพิ่มผลพิเศษให้ภาพ

ได้แก่ แผ่นกรองแสงที่ใช้เพื่อสร้างสรรค์ภาพให้มีผลพิเศษแตกต่างกันออกไป ทำให้ภาพมีบรรยากาศเหมาะสม บิดเบือนไปจากความเป็นจริง หรือต้องการปรุงแต่งให้ภาพมีสีสวย แปลกตาไปจากธรรมชาติ มีอยู่หลายชนิด เช่น

6.1 แผ่นกรองแสงประกายแสง (Cross filter) มีลักษณะเป็นกระจกใส มีรอยเส้นขีดเป็นลายต่าง ๆ กันหลายแบบบนพื้นกระจก หากสวมแผ่นกรองแสงชนิดนี้ไว้ที่หน้าเลนส์ ภาพดวงไฟ ดวงเทียน ดวงอาทิตย์ แสงสะท้อนที่ผิวน้ำหรือสิ่งประดับที่แวววับ จะเกิดประกายสวยงามขึ้น แผ่นกรองแสงประกายแสงมีหลายแบบ เช่น

6.1.1 แบบที่ให้ประกายแสง 4 แฉก (Cross screen filter)

6.1.2 แบบที่ให้ประกายแสง 6 แฉก (Snow cross filter)

6.1.3 แบบที่ให้ประกายแสง 8 แฉก (Sunny cross filter)

6.1.4 แบบที่ให้ประกายแสง 4 แฉกแต่หมุนปรับมุมของเส้น (Cross screen filter)

การปรับขนาดของช่องรับแสง เพื่อให้ได้ภาพมีประกายแสงสวยงาม ควรเปิดขนาดช่องรับแสงที่ f5.6 หรือ f8

1.2 แผ่นกรองแสงช่วยให้ภาพนุ่มนวล (Soft focus filter)

แผ่นกรองแสงประเภทนี้จะให้ความคมชัดของภาพเฉพาะบริเวณตรงกลางภาพ ส่วนที่อยู่รอบ ๆ ภาพจะดูนุ่มนวล พร่ามัว ไม่ชัดเจน ทำให้ภาพดูสวยไปอีกแบบหนึ่ง

1.3 แผ่นกรองแสงเพิ่มภาพซ้อน (Multiple image filter หรือ Mirage)

เป็นแผ่นกรองแสงที่เมื่อนำมาสวมที่เลนส์แล้วถ่ายภาพ จะปรากฏเป็นภาพหลาย ๆ ภาพซ้อนกันมากหรือน้อยแล้วแต่ชนิดของแผ่นกรองแสง การถ่ายภาพโดยใช้แผ่นกรองแสงประเภทนี้ ควรให้ฉากหลังของวัตถุที่จะถ่ายมีสีเข้มๆ เพื่อให้มองเห็นภาพที่ซ้อนกันดูชัดเจนขึ้น

1.4 แผ่นกรองแสงสองระยะ (Two field filter หรือ Split field filter)

แผ่นกรองแสงชนิดนี้ มีกรจกอยู่เพียงครึ่งวงกลม สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ ส่วนอีกครึ่งวงกลมจะว่างเปล่า เมื่อสวมเข้าที่หน้าเลนส์นำไปถ่ายภาพวัตถุทั้งที่อยู่ระยะใกล้ และระยะไกลจะทำให้ภาพคมชัด ทั้งสองระยะ

1.5 แผ่นกรองแสงหลายสี

แผ่นกรองแสงนอกจากจะมีสีใดสีหนึ่งเป็นพื้นเพียงสีเดียว ยังมีชนิดที่เป็นสีหลาย ๆ สีให้เลือกใช้หลายชนิด เพื่อให้ได้สีของภาพ มีลักษณะแปลกตา ผิดเพี้ยนออกไปจากสีที่เป็นธรรมชาติ เช่น

1.5.1 แผนกรองแสง 2 สี (Dual color filter)

1.5.2 แผนกรองแสง 3 สี (Triple color filter)

1.5.3 แผ่นกรองแสงที่มีสีเพียงครึ่งเดียว (Half color filter

1.6 แผ่นกรองแสงเปลี่ยนแปลงพื้นภาพ

แผ่นกรองแสงชนิดนี้จะทำให้ภาพมีพื้นตรงกลางโปร่งใส วัตถุกลางภาพจะชัดเจน แต่รอบ ๆ จะมีลวดลายผิดจากธรรมดา การใช้แผ่นกรองแสงชนิดนี้ควรใช้ขนิดช่องรับแสงให้กว้าง จะทำให้ส่วนที่มีแสงสว่างมากฟุ้งกระจายทำให้มีบรรยากาศแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง แผ่นกรองแสงประเภทนี้มีหลายชนิด เช่น

1.6.1 แผ่นกรองแสงแบบไซโคลน (Cyclone filter) บริเวณพื้น รอบ ๆ วัตถุ จะมีลักษณะเป็นเส้นหมุนวน มีบรรยากาศชวนฝัน

1.6.2 แผ่นกรองแสงแบบเรเดียล (Radial filter) บริเวณพื้นภาพจะมีลักษณะเป็นเส้นพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คล้ายกับการถ่ายภาพที่ใช้เทคนิคการซูม

1.6.3 แผ่นกรองแสงแบบสตรีม (Stream filter) บริเวณพื้นภาพจะมีลักษณะเป็นเส้นเฉียงนุ่มคล้ายสายน้ำไหลไปทางเดียวกัน

1.6.4 แว่นกรองแสงแบบออโรร่า (Aurora) บริเวณพื้นภาพจะมีลักษณะเป็นเส้นพุ่งจากส่วนบนของภาพคล้ายภาพฝัน นิยมนำมาใช้ในการถ่ายภาพสตูดิโอ หรือ ภาพงานแต่งงาน


วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตัวคูณแสงของแผ่นกรองแสง (Filter factor)

การสวมแผ่นกรองแสงที่หน้าเลนส์ จะทำให้แสงที่ผ่านเข่าเลนส์น้อยลง ฉะนั้นการถ่ายจึงต้องชดเชยให้แสงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำได้สองกรณี คือ การเปิดช่องรับแสงให้กว้างขึ้น หรือไม่ก็ตั้งความเร็ซชัตเตอร์ให้ต่ำลง

การเพิ่มเวลาการปรับความเร็วชัตเตอร์ให้รับแสงให้นานขึ้น หรือการปรับช่องรับแสงให้กว้างขึ้นนั้น จำเป็นต้องอาศัยตัวคูณของแสงของแผ่นกรองแสง ซึ่งผู้ผลิตจะกำหนดมาให้ว่าแผ่นกรองแสงสีหนึ่ง ๆ นั้นมีตัวคูณแสงเป็นเท่าใด ตามปกติตัวคูณสอง 2 หน่วย มีค่าต่อการปรับขนาดช่องรับแสงประมาณ 1f-stop

ตัวอย่างเช่น แผ่นกรองแสงสีเขียวแกมเหลือง มีตัวคูณแสงเท่ากับ 4 เมื่อนำมาสวมหน้าเลนส์ถ่ายภาพ จะต้องปรับขนาดช่องรับแสง หรือปรับความเร็วชัตเตอร์เท่าใด สมมุติว่าการถ่ายภาพโดยที่ยังไม่ได้สวมแผ่นกรองแสง ปริมาณแสงที่พอดี คือ เปิดช่องรับแสง 11 ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วินาที ถ้าสวมแผ่นกรองแสงสีเขียวแกมเหลืองจะต้องเพิ่มเวลาในการให้แสงโดยการเปิดช่องรับแสงให้กว้างขึ้นอีก 2 f – stop คือเปิดช่องรับแสงที่ 5.6 ใช้ความเร็วชัตเตอร์เท่าเดิม คือ 11 ก็ต้องปรับความเร็วชัตเตอร์ให้ช้าลงอีก 2 ช่อง คือ 1/30 วินาที จึงจะได้ปริมาณแสงที่พอดี

สำหรับกล้องถ่ายภาพที่มีเครื่องวัดแสงผ่านเลนส์อยู่ในตัว ก็ให้ใช้เครื่องวัดแสงได้เลย โดยไม่ต้องคำนึงถึงตัวคูณของแผ่นกรงอแสง เพราะเครื่องวัดแสงจะวัดแสงที่ผ่านแผ่นกรองแสงนั้นมาแล้ว แต่ต้องตั้งค่าความไวแสงฟิล์มที่ใช้ให้ถูกต้องด้วย

แผ่นกรองแสงสำหรับการถ่ายภาพขาวดำ

ในการถ่ายภาพขาวดำ บางครั้งภาพถ่ายจะปรากฏออกมาไม่เหมือนกับธรรมชาติ หรือเหมือนกับที่ตาเรามองเห็นท้องฟ้ากับก้อนเมฆขาวดูลักษณะตัดกัน แต่ภาพถ่ายจะออกมามีลักษณะกลมกลืน ข้อบกพร่องดังกล่าวสามารถแก้ไขได้โดยใช้แผ่นกรองแสงเข้ามาช่วยเพิ่ม หรือลดค่าแสงสีบางสี ทำให้ได้น้ำหนักของสีขาวและดำตัดกัน สวยงามขึ้น เพราะภาพขาวดำนั้นจะถ่ายทอดค่าของสีออกมาเป็นน้ำหนักอ่อน แก่ ของสีขาว, เทาและดำ แทนค่าของสีต่าง ๆ ตามธรรมชาติ