แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถ่ายรูป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถ่ายรูป แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

ถ่ายอะไรดีตอนที่อาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า

เมื่อคุณถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกให้สวยงามได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรถ่ายตอนพระอาทิตย์ตก คือเงาดำ (Solihouette) นั่นเอง ซึ่งกฎพื้นฐานที่เราใช้ในการถ่ายภาพเงาดำมี 2 ขอ คือ (1) แน่ใจว่าตัวแบบที่คุณจะถ่ายให้เป็นเงาดำไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต (หรือสิ่งของ) นั้นเป็นสิ่งที่คนเข้าใจและจดจำได้ง่าย ผมเคยเห็นภาพถ่ายเงาดำหลายภาพ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจถามว่า นี่มันคืออะไร ดังนั้นจงหาตัวแบบที่ดูง่ายแล้วทุกอย่างก็จะดูดีขึ้นเอง (2) จัดตำแหน่งของแบบให้ตรงกับพระอาทิตย์ แล้วพระอาทิตย์จะช่วยให้มีเงาดำเกิดขึ้น จากนั้นจับแสงที่ท้องฟ้า (เพื่อทำให้ตัวแบบที่คุณถ่ายปรากฏเป็นเงาดำ)

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บรรยากาศคือเพื่อนของคุณ

นอกจากบรรยากาศจะช่วยเราให้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว บรรยากาศ (หรือหมอก) สามารถทำให้ภาพทิวทัศน์บางแห่งดูน่าสนใจ (เรากำลังพูดถึงแสงนุ่ม ๆ ที่ฟุ้งกระจายเหมือนอยู่บนสวรรค์) ผมโปรดปรานภาพบางภาพที่ถ่ายท่ามกลางหมอกกระจายไปทั่วทิวเขา (แต่แน่นอนว่า คุณจำเป็นต้องถ่ายจากจุดที่เหนือหมอกหรือยอดเขาสูงขึ้นไป) ผมได้ถ่ายภาพม้าบนชายหาด กับหมดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณและมันก็ได้สร้างเอฟเฟ็กต์เหมือนหนังแฟนตาซี ฮอลลีวู้ดที่ดูอลังการบนแผ่นฟิล์ม (ฟิล์มกล้องดิจิตัลนะครับ) ยังมีลำแสงที่อยู่ในป่า, ลำแสงที่ส่องผ่านความชื้นในอากาศหรือผ่านหมอกหนาทึบก็ให้ภาพที่น่าทึ่งได้เช่นเดียวกัน คุณลองตื่นเช้าขึ้นอีกสักนิด (หรือยอมอดข้าวเย็นสักมื้อ) เพื่อเก็บบรรยากาศเหล่านี้ดูบ้างก็ดีนะครับ)

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับที่ทำให้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดูนุ่มนวลมากขึ้น



ทริคที่ทำให้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดูนุ่มนวลขึ้นนี้ ได้มาจากบิล ฟอร์ดนีย์ สำหรับผู้ถ่ายภาพด้วยกล้อง Nikon ให้คุณไปที่เมนูแล้วเลือก Daylight เป็นค่า White balance จากนั้นกดที่ปุ่มลูกศรด้านขวา Fine-Tune ปรับค่าเป็น -3 (ดังภาพด้านบน) แล้วคลิก OK หากคุณถ่ายภาพด้วยกล้อง Cannon ให้คุณไปที่ WWW.scottkelbybooks.com/warmbal เพื่อดูวิธีการตั้งค่า White Balance เป็นขั้นเป็นตอนอย่างสมบูรณ์สำหรับกล้อง Cannon ได้

หมายเหตุ : อย่าลืมปิดการตั้งค่านี้เวลาที่คุณไม่ได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับภาพหรอกครับ เพียงแต่ภาพของคุณจะดูนุ่มนวลขึ้นอีกนิดหน่อย

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับการถ่ายภาพน้ำตก

คุณอยากถ่ายภาพน้ำตกให้พลิ้วไหวดังแพรไหม หรือถ่ายภาพให้เหมือนภาพที่ช่างภาพมืออาชีพถ่ายบ้างหรือเปล่า? ความลับของมืออาชีพในการถ่ายภาพน้ำตกคือการเปิดชัตเตอร์ทิ้งไว้ (อย่างน้อยหนึ่งหรือสองวินาที) แล้วน้ำก็จะเคลื่อนไหวในขณะที่อย่างอื่น (เช่น หินและต้นไม้ต่าง ๆ ที่ล้อมรอบน้ำตกหรือสายน้ำ) ยังคงหยุดนิ่ง สิ่งที่คุณเคยทำ คือ ปรับที่โหมด Shutter Priority (ตัวอักษร S หรือโหมด Tv) แล้วตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ 1 หรือ 2 วินาที หากคุณถ่ายภาพน้ำตกในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มเล็กน้อยและปิดชัตเตอร์ทิ้งไว้จะทำให้แสงเข้ามาข้างในมากเกินไป จนทำให้ภาพเป็นสีขาวไปทั้งหมด ตามช่างภาพมืออาชีพมา แล้วทำตามวิธีดังต่อไปนี้ (1) เขาถ่ายภาพน้ำตกเหล่านี้ตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือหลังพระอาทิตย์ตก เมื่อมีแสงน้อยลง หรือ (2) ใช้ฟิลเตอร์ Stop-down ซึ่งเป็นฟิลเตอร์ที่ทำให้มืดเป็นพิเศษที่จะช่วยกันไม่ให้แสงเข้าไปในกล้องของคุณ ด้วยวิธีนี้คุณสามารถเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้ครู่หนึ่ง แสงเล็กน้อยที่เข้ามาก็จะไม่ทำให้ภาพเสียไป และคุณก็จะได้ภาพน้ำที่พลิ้วไหวดั่งแพรไหม ตอนนี้หากคุณไม่มีฟิลเตอร์ Stop-down ให้คุณเข้าไปที่น้ำตกหรือลำธารที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า (และมีแสงเงาลึกเข้าไป) คุณสามารถทำเอฟเฟ็กต์ได้ดังนี้ คือ ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง ปรับและตั้งค่าโหมด Aperture Priority ให้สูงที่สุดเท่าที่เลนส์จะทำได้ (ประมาณ f/22 หรือ f/36) ซึ่งจะปล่อยใข้ชัตเตอร์เปิดได้นานขึ้นกว่าปกติ แล้วคุณก็จะได้น้ำที่ดูนุ่มนวลดั่งแพรไหมเช่นกัน

เคล็ดลับการถ่ายภาพน้ำตก คือ ขณะที่คุณถ่ายภาพน้ำตก หากคุณไม่มีฟิลเตอร์ Stop-down ให้ใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เข้าไปแทนเพื่อ (1) ตัดแสงสะท้อนในน้ำตกและบนหิน และ (2) ทันทีที่มืดลงมันจะกลืนแสงประมาณ 2 Stop ให้คุณ ดังนั้นคุณถึงสามารถถ่ายให้มีแสงยาวกว่า และการเลือกความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าก็จะทำให้น้ำพลิ้วดั่งแพรไหม คุณควรลองความเร็วชัตเตอร์ที่ต่างกัน (4 วินาที, 6 วินาที, 10 วินาที เป็นต้น) แล้วดูว่าแบบไหนให้ผลการถ่ายภาพได้ดีที่สุด

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การถ่ายภาพทิวทัศน์ให้เหมือนมืออาชีพ/1

หากคุณเคยถ่ายภาพนอกสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างน้ำตกแกรนด์แคนยอน (Grand Conyon) หรืออุทยานแห่งชาติ Yosemite คงเป็นประสบการณ์การถ่ายภาพที่มิรู้ลืมเลยทีเดียว แต่ภาพที่คุณเห็นว่าสวยนักทำไมเมื่อถ่ายออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คุณหวัง ทั้ง ๆ ที่คุณตั้งขาตั้งกล้อง มองผ่านช่องมองภาพแล้วถ่าย ภาพตามปกติ คุณเริ่มคร่ำครวญอย่างเงียบ ๆ เพราะคุณลงทุนซื้ออุปกรณ์กล้องถ่ายภาพ ราคาแพงพร้อมกับวัสดุตัวกล้องและเลนส์ชนิดต่าง ๆ ที่มีราคาสูงกว่ารถยนต์โตโยต้า รุ่น Prius แบบไฮบริด เสียอีก คุณมีฟิลเตอร์มากกว่ารานขายอุปกรณ์กล้อง และกระเป๋าใส่กล้องของคุณก็หนักเป็นกิโล ๆ อีกทั้งคุณต้องเก็บหอมรอมริบทั้งปีเพื่อไปท่องเที่ยว, ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับ และเช่ารถอเนกประสงค์คันใหญ่ที่พอจะขนส่งคุณ, สมาชิกในครอบครัว และอุปกรณ์ราคาแพงทั้งหมดขึ้นไปยังน้ำตกแกรนด์แคนยอนในช่วงฤดูร้อนที่แสนจะร้อนระอุ ตอนนี้คุณกำลังมองผ่านช่องมองภาพแต่ภาพที่คุณเห็นก็ไม่ได้สวยสักครึ่งหนึ่งของโปสการ์ดราคาถูก ๆ ที่วางขายในร้านขายของที่ระลึกเลย น้ำตาคุณเริ่มไหลอาบแก้มทันทีที่รู้ว่าคุณถ่ายภาพเทียบกับโปสการ์ดไม่ได้เลย แล้วทั้งหมดเป็นความผิดของใครล่ะ เขาล่ะ แอนเซิล อดัมส์ เพราะเขาคือช่างภาพผู้โด่งดัง ผู้ตระเวนถ่ายภาพ แกรนด์แคนยอน, อุทยานแห่งชาติ Yosemite และสถานที่อีกหลายต่อหลายแห่ง และแม้ว่าเราไม่ใช่ แอนเซิล อดัมส์ เราก็แน่ใจได้ว่าภาพของเราจะดูสวยกว่าโปสการ์ดที่ขายในร้านขายของที่ระลึกใช่มั้ย งั้นมาเริ่มต้นด้วยกันเลย