แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

การถ่ายภาพในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝน

การถ่ายภาพนันที่มีอากาศมืดครึ้ม ภาพที่ออกมาอาจไม่ได้ดั่งใจนัก ผมเคยออกไปถ่ายภาพในวันที่มีอากาศแบบนี้กับช่างภาพหลาย ๆ คน ผมพบว่าช่างภาพมากกว่าครึ่งไม่เคยนึกถึงคอนเซ็ปต์ง่าย ๆ ในการถ่ายภาพในวันที่มีอากาศมืดครึ้มแบบนี้เลย คอนเซ็ปต์ที่ว่านี้ก็คือ ให้หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพท้องฟ้ายังไงล่ะ อาจฟังดูโง่ๆ เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ เพราะคุณก็อาจรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังได้ยินหลายคนบ่นครั้งแล้วครั้งเล่าว่า วันนี้ท้องฟ้าดูมืดครึ้มจัง ฉันไม่อยากออกไปถ่ายภาพแล้วล่ะ หากเป็นเช่นนี้คุณเพียงแค่ถ่ายภาพไม่ให้เห็นท้องฟ้า แล้วคุณค่อยมาปรับสีทีหลังในโปรแกรม Photoshop (หรือพูดอีกอย่างว่า ฉันจะทำให้ท้องฟ้าสดใส กว่าที่เห็นในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้) โดยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักกว่าเดิม ผมลองใช้วิธีนี้ตอนออกไปถ่ายภาพครั้งที่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 20 นาทีสำหรับถ่ายภาพท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าใส และใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งสำหรับถ่ายภาพท้องฟ้าที่มืดครึ้ม (ตอนนั้นผมกำลังถ่ายภาพแนวชานเมืองอยู่) เมื่อถ่ายภาพเสร็จผมก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อแก้ไขภาพในโปรแกรม Photoshop นี่คือวิธีหนึ่งที่ผมใช้ในการแก้ไขภาพ

ขั้นตอนที่ 1 ผมเปิดภาพที่มีท้องฟ้าที่มีสีฟ้าใสขึ้นมาภาพหนึ่ง จากนั้นใช้ Eyedropper Tool (I) แล้วคลิกบนภาพท้องฟ้า เพื่อทำเป็นสีของฉากหน้า

ขั้นตอนที่ 2 ผมจะเปิดภาพท้องฟ้าที่มืดครึ้มเล็กน้อยขึ้นมาอีกภาพหนึ่ง แล้วใช้ Magic Wand Tool (W) คลิกที่ภาพท้องฟ้า เพื่อเลือกภาพส่วนนั้นออกมา (ใช้เวลาทั้งหมด 2 วินาที)

ขั้นตอนที่ 3 ผมใส่เลเยอร์ว่างๆ อันใหม่เข้าไปวางไว้เหนือเลเยอร์ Background แล้วใส่ท้องฟ้าที่เลือกไว้กับสีของฉากหน้าเข้าไป เพียงเท่านี้ ท้องฟ้าสีเทาหม่นของผมก็กลายเป็นท้องฟ้าที่สดใสได้

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ลบแสงแฟลร์ออกไปง่าย ๆ ด้วยมือคุณเอง

คุณรู้ไหมเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ต้องสวมหมวกเบสบอลขณะถ่ายภาพ (นอกจากเหตุผลที่คุณรู้อยู่แล้ว 2 ข้อคือ (1) เราใส่หมวกเพื่อป้องกันอันตรายรังสีแสงอาทิตย์ (2) เราใส่หมวกเพราะมันดูเท่ห์ดี ) คือช่วยป้องกันได้ แต่ผมพบว่าการใช้ที่บังแสงอย่างเดียวนั้นไม่พอเสียแล้ว เราถึงต้องนำเอาหมวกเบสบอลเข้ามาช่วยโดยถือหมวกให้อยู่เหนือกล้องทางด้านซ้ายหรือด้านขวาบนของเลนส์ (ขึ้นอยู่กับแสงอาทิตย์อยู่ที่ตำแหน่งใด) จากนั้นมองผ่านช่องมองภาพเพื่อดูว่า (1) คุณถือหมวกในตำแหน่งที่ถูกต้องซึ่งจะช่วยกันแสงแฟลร์จากดวงอาทิตย์ (ได้ง่ายกว่าที่คุณคิด) และ (2) ดูว่าหมวกไม่ได้ปรากฏเข้ามาในภาพของคุณ (ผมมีภาพมากกว่าภาพที่มีขอบหมวกติดเข้ามาในกรอบ ผมเดาว่าเหตุที่พวกเขาต้องแก้ไขภาพในโปรแกรม Photoshop ก็เพื่อลบขอบหมวดนั่นเอง ) ผมยังรู้สึกแปลกใจว่าเทคนิคที่ใช้มือในการทำงานมีประสิทธิภาพในการลบแสงแฟลร์ได้ผลดีทีเดียว

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แสดงขนาดของภาพให้ได้สัดส่วนอย่างไรดี

หากคุณได้มีโอกาสถ่ายภาพอย่างต้น Redwood ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือนุสาวรีย์หินในรัฐยูท่า (Utah) คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อดูภาพเหล่านั้นในภายหลัง แล้วพบว่าภาพมีขนาดไม่เท่าของจริง เช่นต้น Redwood ที่มีขนาดกล้างกว่ารถบรรทุก แต่กลับกลายเป็นว่าในภาพถ่ายของคุณมันเป็นแค่ต้นสนเล็ก ๆ ที่อยู่ในสนามหลังบ้าน เพราะสัดส่วนของภาพคลาดเคลื่อนไป เมื่อคุณต้องการให้วัตถุมีสัดส่วนที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ให้คุณใช้วิธีนี้ คุณจะเห็นว่าช่างภาพหลายท่านชอบถ่ายภาพทิวเขากับผู้คนให้อยู่ในฉากเดียวกัน (ภาพนักไต่เขา, นักปีนหน้าผา เป็นต้น) เพราะคุณสามารถเปรียบเทียบสัดส่วนของภาพได้ชัดเจน ผู้ชมจะรับรู้จากภาพได้ทันทีว่าภูเขา หรือต้น Redwood หรือต้นสนที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน ครั้งหน้าหากคุณต้องการถ่ายภาพที่แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของสิ่งต่าง ๆ ให้ลองถ่ายคนเข้าไปในฉากนั้น แล้วคุณก็จะได้ภาพที่ทุกคนสามารถรู้ถึงความแตกต่างของขนาดได้ทันที การถ่ายคนเข้าไปในฉากจะทำให้ภาพของคุณดูมีพลังมากขึ้น (หมายเหตุ : วิธีนี้ยังใช้ได้ผลกับสิ่งของที่มีขนาดเล็กมาก) ลองนำสิ่งของขนาดเล็กใส่บนมือของใครบางคน เท่านี้ภาพก็จะบอกเรื่องราวได้ในทันที

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การถ่ายภาพทิวทัศน์ให้เหมือนมืออาชีพ/1

หากคุณเคยถ่ายภาพนอกสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างน้ำตกแกรนด์แคนยอน (Grand Conyon) หรืออุทยานแห่งชาติ Yosemite คงเป็นประสบการณ์การถ่ายภาพที่มิรู้ลืมเลยทีเดียว แต่ภาพที่คุณเห็นว่าสวยนักทำไมเมื่อถ่ายออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คุณหวัง ทั้ง ๆ ที่คุณตั้งขาตั้งกล้อง มองผ่านช่องมองภาพแล้วถ่าย ภาพตามปกติ คุณเริ่มคร่ำครวญอย่างเงียบ ๆ เพราะคุณลงทุนซื้ออุปกรณ์กล้องถ่ายภาพ ราคาแพงพร้อมกับวัสดุตัวกล้องและเลนส์ชนิดต่าง ๆ ที่มีราคาสูงกว่ารถยนต์โตโยต้า รุ่น Prius แบบไฮบริด เสียอีก คุณมีฟิลเตอร์มากกว่ารานขายอุปกรณ์กล้อง และกระเป๋าใส่กล้องของคุณก็หนักเป็นกิโล ๆ อีกทั้งคุณต้องเก็บหอมรอมริบทั้งปีเพื่อไปท่องเที่ยว, ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับ และเช่ารถอเนกประสงค์คันใหญ่ที่พอจะขนส่งคุณ, สมาชิกในครอบครัว และอุปกรณ์ราคาแพงทั้งหมดขึ้นไปยังน้ำตกแกรนด์แคนยอนในช่วงฤดูร้อนที่แสนจะร้อนระอุ ตอนนี้คุณกำลังมองผ่านช่องมองภาพแต่ภาพที่คุณเห็นก็ไม่ได้สวยสักครึ่งหนึ่งของโปสการ์ดราคาถูก ๆ ที่วางขายในร้านขายของที่ระลึกเลย น้ำตาคุณเริ่มไหลอาบแก้มทันทีที่รู้ว่าคุณถ่ายภาพเทียบกับโปสการ์ดไม่ได้เลย แล้วทั้งหมดเป็นความผิดของใครล่ะ เขาล่ะ แอนเซิล อดัมส์ เพราะเขาคือช่างภาพผู้โด่งดัง ผู้ตระเวนถ่ายภาพ แกรนด์แคนยอน, อุทยานแห่งชาติ Yosemite และสถานที่อีกหลายต่อหลายแห่ง และแม้ว่าเราไม่ใช่ แอนเซิล อดัมส์ เราก็แน่ใจได้ว่าภาพของเราจะดูสวยกว่าโปสการ์ดที่ขายในร้านขายของที่ระลึกใช่มั้ย งั้นมาเริ่มต้นด้วยกันเลย